แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โคมลอย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โคมลอย แสดงบทความทั้งหมด
วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
บรรยากาศ ลอยกระทง เชียงใหม่
ลอยกระทง เชียงใหม่ ใครมาเที่ยวแล้วจะได้เห็นโคมลอย ลอยเต็มท้องฟ้าทั่วเชียงใหม่ ในช่วงไม่กี่วันที่ เชียงใหม่ ดูเหมือนเมืองใต้แสงเทียน ใครเคยมาแล้วคงติดใจ ใครไม่เคยมาลองมาอยู่ท่ามกลางบรรยากาศ ช่วงลอยกระทง โคมลอย เต็มท้องฟ้า พุ แสงสีต่างๆ ท่ามกลางบรรยากาศในแบบล้านนา...
วันจันทร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2553
ปล่อยโคมลอย
ใกล้ลอยกระทงแล้ว นอกจากลอยกระทงยังมีการลอยโคมซึ่งมีความเชื่่อที่แตกต่างกันไป แต่ทุกความเชื่อที่ปล่อยโคมลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า ช่วงเวลากลางคืน ทำให้เกิดความสวยงาม ในคืนพระจันทร์เต็มดวง มองขึ้นไปเหมือนมีดวงดาวนับพันลอยอยู่ใกล้เรา วันนี้จึงเก็บรูป โคมลอยสวยๆ มาฝากจ้า.....
เก็บมาฝากสัก 2-3 ภาพ ที่เหลือลอยกระทงนี้พบกันที่ เชียงใหม่ แล้วกัน เห็นภาพจริง จะ แฮปปี้กว่านี้จ้า....อ๋อใครมีแฟนก็อย่าลืมควงแฟนมาด้วยนะ ลอยกระทง & ลอยโคม เชียงใหม่.....เจ้.......า
วันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2553
ตำนานโคมลอย
ตำนานโคมลอย
คำว่า “โคมลอย” นี้แปลได้ง่ายๆ ว่าเครื่องใช้ที่ให้กำเนิดแสงสว่างลอยตัวอยู่ ซึ่ง “โคม” ที่ประดิษฐ์ขึ้นนี้ อาจลอยอยู่ได้ทั้งในน้ำและในท้องฟ้าก็ได้ทั้งสองกรณี แต่ในที่นี้จะเริ่มกล่าวถึง “โคมลอย”ที่ลอยอยู่ในน้ำหรือลอยไปตามสายน้ำเสียก่อน
ประวัติโคมล้านนา
โคม เป็นชื่อของเมืองโบราณในเชียงราย ชื่อว่า "สุวรรณโคมคำ" โคม ใช้เป็นเครื่องสักการะและใช้ส่องแสงสว่างอันเก่าแก่ของคนในภาคต่าง ๆ ใช้กันทั่วทุกภาค แต่สำเนียงจะแตกต่างกันไป ภาคเหนือจะเรียกว่า "โกม"
โคมไฟล้านนา หรือโกมล้านนา เป็นงานหัตถกรรมพื้นเมืองจากภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่สืบอทอดต่อกันมา และได้ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นเพื่อให้คงอยู่สืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบันในภาคเหนือ ด้วยเหตุที่การดำรงชีวิตผูกพันกับศาสนา การสร้างผลงานทางศิลปะจึงมีแรงบันดาลใจจากความศรัทธา ปัจจุบันชาวล้านนานิยมนำมาใช้ในงานพิธีกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะในงานประเพณียี่เป็ง หรือ ประเพณีลอยกระทง นิยมจุดโคมค้าง หรือโคมที่ติดแขวนไว้บนที่สูง ทำด้วยไม้ไผ่และกระดาษ สร้างเป็นโคมทรงกลมหักมุมเรียกว่า "โคมรังมดส้ม" ใช้ประดับตกแต่งมีเทียนและประทีปเพื่อเป็นการสักการะบูชาพระพุทธเจ้า ในคืนวันเพ็ญเดือนสิบสอง (ยี่เป็งล้านนา) และเชื่อว่าเป็นการบวงสรวงพระเกษแก้วจุฬามณีบนสรวงสวรรค์ ซึ่งถือว่าเมื่อได้กระทำเช่นนี้แล้ว แสงประทีปจากโคมจะช่วงส่งประกายให้การดำเนินชีวิตเจริญร่งเรือนอยู่เย็นเป็นสุข ชาวล้านนาจึงนิยมปล่อยโคมไฟขึ้นฟ้าและจุดประทีปตามบ้านเรือน
ในปัจจุบันมีการประยุกต์ใช้โคมไฟมาทำเป็นเครื่องประดับตามอาคารบ้านเรือน และสถานที่ต่าง ๆ เพื่อความสวยงาม อีกทั้งยังช่วยสืบสานและอนุรักษ์เอกลักษณ์งานหัตถกรรมโคมล้านนาให้คงอยู่สืบไป
โคมไฟล้านนา หรือโกมล้านนา เป็นงานหัตถกรรมพื้นเมืองจากภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่สืบอทอดต่อกันมา และได้ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นเพื่อให้คงอยู่สืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบันในภาคเหนือ ด้วยเหตุที่การดำรงชีวิตผูกพันกับศาสนา การสร้างผลงานทางศิลปะจึงมีแรงบันดาลใจจากความศรัทธา ปัจจุบันชาวล้านนานิยมนำมาใช้ในงานพิธีกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะในงานประเพณียี่เป็ง หรือ ประเพณีลอยกระทง นิยมจุดโคมค้าง หรือโคมที่ติดแขวนไว้บนที่สูง ทำด้วยไม้ไผ่และกระดาษ สร้างเป็นโคมทรงกลมหักมุมเรียกว่า "โคมรังมดส้ม" ใช้ประดับตกแต่งมีเทียนและประทีปเพื่อเป็นการสักการะบูชาพระพุทธเจ้า ในคืนวันเพ็ญเดือนสิบสอง (ยี่เป็งล้านนา) และเชื่อว่าเป็นการบวงสรวงพระเกษแก้วจุฬามณีบนสรวงสวรรค์ ซึ่งถือว่าเมื่อได้กระทำเช่นนี้แล้ว แสงประทีปจากโคมจะช่วงส่งประกายให้การดำเนินชีวิตเจริญร่งเรือนอยู่เย็นเป็นสุข ชาวล้านนาจึงนิยมปล่อยโคมไฟขึ้นฟ้าและจุดประทีปตามบ้านเรือน
ในปัจจุบันมีการประยุกต์ใช้โคมไฟมาทำเป็นเครื่องประดับตามอาคารบ้านเรือน และสถานที่ต่าง ๆ เพื่อความสวยงาม อีกทั้งยังช่วยสืบสานและอนุรักษ์เอกลักษณ์งานหัตถกรรมโคมล้านนาให้คงอยู่สืบไป
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)